เกมส์ สาวถ้ำ https://treasures-of-aztec.com/ pg นี้มีไลน์การโดยพันที่สามารถชนะได้ตั้งแต่ 2025 ถึง วิธี ซึ่งจัดว่าเยอะในเยอะ โดยการชนะการเดิมพันต้องเรียงสัญลักษณ์จากททางซ้ายไปขวา และตั้งแต่ 3 สัญลักษณ์ขึ้นไป จึงจะถือว่าชนะและได้รับเงินรางวัล โดยอัตราการคูณสูงสุดถึง x เท่า
พี่น้องดัฟเฟอร์แนะนำแฟนๆ ว่า ถ้าอยากดูซีซั่น 5 ให้รู้เรื่องลึกซึ้ง ควรย้อนกลับไปดู ซีซั่น 2 (ตอนที่ 4 และ 6) และ ซีซั่น 4 (ตอนที่ 7 และ 9) ไฮไลท์เด็ดคือ ตอนอวสาน ที่ Netflix ประกาศว่าจะเล่นใหญ่ด้วยการนำเข้าฉายในโรงภาพยนตร์กว่า 350 แห่งในสหรัฐฯ และแคนาดา ในคืนข้ามปี (New Year’s Eve) พร้อมๆ กับที่ปล่อยลงสตรีมมิ่ง เรียกว่าดูข้ามปีกันให้ตาแฉะไปเลย พี่น้องดัฟเฟอร์ ผู้สร้างซีรีส์บอกกับ The Hollywood Reporter ว่าพวกเขาออกแบบซีซั่นนี้ให้เป็นแบบ Mega Movies โดยแบ่งการฉายออกเป็นชุด ซึ่งแต่ละชุดจะมีจุดไคลแมกซ์เป็นของตัวเอง เหยื่อรายถัดมาคือเฟร็ด (นักข่าวรุ่นเยาว์ที่ร่วมสืบกับแนนซี่) ตามด้วยแพทริค (เพื่อนร่วมทีมบาสของลูคัส) แม็กซ์เองก็เกือบตกเป็นเหยื่อรายที่สี่ของเว็กนา – เธอถูกเว็กนาเข้าสิงจิตและเกือบเอาชีวิตไม่รอด โชคดีที่เพื่อนๆ ค้นพบวิธีช่วยจากข้อมูลของ วิคเตอร์ ครีล (ชายชราที่ครอบครัวถูกฆาตกรรมปริศนาในยุค 50 และเขารอดมาได้) ซึ่งโรบินกับแนนซี่ไปสืบมา
เลือดท่วมไปทั้งห้องโถง และตอนแรกเธอเข้าใจว่าตัวเองอาจเป็นคนทำเรื่องนั้น แต่ความจริงปรากฏเมื่อแอลได้คุยกับเจ้าหน้าที่หนุ่มในห้องทดลองคนหนึ่งที่เคยใจดีกับเธอ ทีมฮอว์กินส์แบ่งการทำงานกันอีกครั้ง สตีฟ, น้องเอ็ดดี้, แนนซี่ และโรบินสืบจนพบ “ประตูน้ำ” (Watergate) คือรอยแยกใต้น้ำกลางทะเลสาบที่แพทริคถูกฆ่า ทั้งสี่จึงดำน้ำลงไปทะลุมิติเข้าไปยังโลก Upside Down และพบว่ามิตินี้คือภาพจำลองเมืองฮอว์กินส์ในวันที่วิลหายตัว (ปี 1983) พวกเขาสันนิษฐานว่าเวลาในโลกกลับด้านหยุดนิ่งอยู่ที่ช่วงนั้น กลุ่มของสตีฟต่อสู้กับฝูงค้างคาวปีศาจ (เดโมแบท) ใน Upside Down เกือบไม่รอด แต่ก็เอาตัวรอดมาได้ เธอกลายเป็นเด็กเก็บตัวซึมเศร้าและถอยห่างจากเพื่อนๆ (แถมรู้สึกผิดที่วันนั้นช่วยพี่ไม่ได้) เหตุการณ์ประหลาดเริ่มขึ้นเมื่อ คริสซี่ เชียร์ลีดเดอร์สาวเกิดเห็นภาพหลอนน่ากลัวและได้ยินเสียงแปลกๆ ในหัว ก่อนที่เธอจะถูกพลังลึกลับฆ่าอย่างสยดสยองในบ้านพักของเอ็ดดี้ – ร่างของคริสซี่ลอยขึ้นก่อนแขนขาหักบิดและดวงตาถูกควักออก! เหตุการณ์ประหลาดทำให้กลุ่มเพื่อนต้องแยกกันสืบคนละทาง ดัสติน จับสัญญาณวิทยุลับและขอความช่วยเหลือจากสตีฟ, โรบิน และเอริกา ช่วยกันถอดรหัสจนพบว่ามี ฐานลับโซเวียตใต้ห้างสตาร์คอร์ท ทั้งสี่คนจึงแอบลุยลงลิฟต์ใต้ดินไปจนเจอห้องทดลอง (แต่ถูกจับได้และต้องหาทางหนีเอาตัวรอด) ขณะเดียวกัน แอล, ไมค์, แม็กซ์ และลูคัส เริ่มสังเกตว่าบิลลี่มีท่าทางแปลกไปและน่าจะเกี่ยวกับเรื่องเหนือธรรมชาติ ทีมโซเวียตสามารถแง้มประตูมิติที่ถูกปิดไปเมื่อปีก่อนให้เปิดขึ้นมาได้นิดหนึ่ง และนั่นทำให้ พลังบางอย่างของ Mind Flayer ที่ติดค้างในโลกเราได้รับการปลดปล่อยออกมาอีกครั้งเป็นเงาควันสีดำลึกลับ
สัญลักษณ์พิเศษในเกม Treasures of Aztec รีวิว
- ทีมโซเวียตสามารถแง้มประตูมิติที่ถูกปิดไปเมื่อปีก่อนให้เปิดขึ้นมาได้นิดหนึ่ง และนั่นทำให้ พลังบางอย่างของ Mind Flayer ที่ติดค้างในโลกเราได้รับการปลดปล่อยออกมาอีกครั้งเป็นเงาควันสีดำลึกลับ
- นอกเหนือจากการกระโดดดังกล่าวข้างต้น ยังมีการกระโดแบบอื่นๆ ซึ่งปกติใช้ในการเล่นแบบเดี่ยว ใช้ในการเชื่อมโยงความต่อเนื่องระหว่างท่าต่างๆ หรือใช้ในการเน้นท่าก้าวต่อเนื่อง หรือ “สเต็บซีเคว้นซ์” (Step Sequences) ซึ่งตามกฎของ ISU จะมิได้พิจารณาคะแนนเช่นเดียวกับการกระโดดทั่วไป แต่จะนำไปพิจารณาในคะแนนของการก้าวเท้าต่อเนื่องแทน
- หลังจากทิ้งช่วงไปนานถึง 3 ปีครึ่ง ในที่สุดการรอคอยก็สิ้นสุดลง แต่ก่อนที่เราจะกระโจนกลับไปสู่เมืองฮอว์กินส์ ซึ่งตอนนี้ถูกทหารสั่งกักกันพื้นที่อย่างเข้มงวด เหล่าแก๊งเด็กโข่ง (ที่โตกันหมดแล้ว) ต้องรวมพลังกันด้วยเป้าหมายเดียวคือ “ตามล่าและฆ่า เวคนาด (Vecna)”
- ไม่นานความผิดปกติก็เกิดขึ้นอีกครั้ง – พืชผลฟักทองทั่วเมืองพากันเน่าอย่างไร้สาเหตุ วิลเริ่มเห็นภาพหลอนเป็นเงามืดขนาดยักษ์คล้ายสัตว์ประหลาดแมงมุมอยู่ในโลก Upside Down ที่คืบคลานปกคลุมฮอว์กินส์ ต่อมาสิ่งมีชีวิตเงาปีศาจนี้ถูกเรียกชื่อว่า “Mind Flayer” ซึ่งมันมีสติปัญญาชั่วร้ายและต้องการครอบงำโลกของเรา
เหตุการณ์คลี่คลาย ฮอว์กินส์กลับสู่ความสงบ (ท้ายซีซั่น มีฉากงานเต้นรำ Snow Ball ที่เด็กๆ ได้ใช้ชีวิตวัยเด็กอย่างมีความสุขชั่วขณะ)แต่ในวินาทีสุดท้าย ผู้ชมจะเห็นว่าในโลก Upside Down เงาร่างของ Mind Flayer ยังคงล่องลอยอยู่เหนือโรงเรียนมัธยมฮอว์กินส์อย่างมืดมิด แสดงว่าสิ่งชั่วร้ายยังไม่จบสิ้นและเฝ้ามองพวกเขาจากอีกมิติหนึ่งอยู่เสมอ กลุ่มผู้ใหญ่ (จอยซ์ ฮอปเปอร์ และบ๊อบ) พยายามค้นหาเบาะแสจากภาพวาดแปลกๆ ที่วิลวาดออกมา กระทั่งพบว่าใต้ดินเมืองฮอว์กินส์มีเครือข่ายเถาวัลย์และโพรงอุโมงค์จาก Upside Down แผ่ขยายอยู่ทั่วเมือง ขณะเดียวกัน แนนซี่กับโจนาธานร่วมมือกับนักข่าวชื่อเมอร์เรย์ เปิดโปงความผิดพลาดของห้องทดลองฮอว์กินส์กรณีการตายของบาร์บารา จนรัฐบาลต้องยอมปิดศูนย์ทดลองนั้นลงในที่สุด ส่วนวิลเองก็ไม่อาจหลีกหนี Mind Flayer ได้ ในที่สุดเขาถูกเจ้าเงาปีศาจนี้ เข้าสิงร่าง อย่างสมบูรณ์ กลายเป็นสื่อกลางให้มันแทรกมิติเข้ามาควบคุมฮอว์กินส์จากภายในจิตใจของเด็กชาย แอลหลบหนีออกมาจากห้องทดลองลับของรัฐบาล (Hawkins Lab) ที่ตั้งอยู่ในเมือง ซึ่งทำการทดลองเหนือธรรมชาติ และตอนนี้เจ้าหน้าที่ห้องทดลองนำโดย ดร. Stranger Things 5 เข้าฉาย Netflix 27 พฤศจิกายน 2568 เผลอแป๊บเดียวก็ผ่านไป 10 ปีแล้ว ซีรีส์เรือธงที่สร้างบรรยากาศยุค 80s ได้ตราตรึงใจที่สุดในยุคสตรีมมิ่ง วันนี้กำลังเดินหน้าเข้าสู่บทสรุปสุดท้ายที่ชวนใจหายไม่น้อย
นุตอบคำถามเกี่ยวกับพอใจไม่ถูกสักข้อ พอใจเกิดอาการน้อยใจ ภายหลังพอใจขอโทษนุในความน้อยใจของตน วอกดื่มเหล้าจนเมาอาละวาด ในวันครบรอบคบชมพู แล้วหาเรื่องของสมจิตร จงจอหอ แล้ววอกท้าให้สมจิตรไปชกที่ออฟฟิศในค่ำวันรุ่งขึ้นและวอกโดนสมจิตรชกจนน่วม ยมถูกแฟนเชอรี่ต่อยเพราะเชอรี่นัดเวลาผิด เป็นต่อรับผิดแทนพี่ยมว่าตนต้องการทดสอบว่าขั้นเทพเป็นคนเจ้าชู้หรือไม่ วอกและอู๊ดถูกยมบอกให้ไปสักรอยสัก เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่เพื่อนร่วมงานและแสดงความจริงใจให้แก่หมอน
ทั้งสี่พยายามติดต่อกับเพื่อนในโลกจริง และพบว่าสามารถสื่อสารกันผ่านไฟ (พวกดัสตินกับลูคัสรับข้อความผ่านไฟประดับที่บ้านเวิร์ล) ก่อนจะช่วยกันพาทั้งสี่คนกลับออกมาทางประตูที่บ้านครีลในโลก Upside Down ยกเว้นแนนซี่ ที่ติดอยู่เพราะถูกเว็กนาเล่นงานสิงจิตเธอในนาทีสุดท้าย วิคเตอร์รอดจากปีศาจได้เพราะเสียงเพลงโปรดที่เปิดอยู่ การฟังเพลงทำให้เขาหลุดจากสภาวะสะกดจิตของปีศาจได้ทันเวลา กลุ่มเด็กๆ จึงช่วยชีวิตแม็กซ์ด้วยการเปิดเพลงโปรด (“Running Up That Hill”) ให้เธอฟังจนหลุดจากบ่วงเว็กนาแบบหวุดหวิด เป็นฉากสุดระทึกที่แม็กซ์ลอยกลางอากาศแล้วร่วงลงมาอย่างปลอดภัยพร้อมเสียงเพลงดังลั่น เครื่องจักรเกิดระเบิดทำลายประตูมิติ และส่งผลให้ร่างสัตว์ประหลาด Mind Flayer ที่กำลังต่อสู้บนห้างด้านบน ล้มตายลงทันที เพราะขาดการเชื่อมต่อกับมิติแม่ ในเหตุการณ์นี้ทุกคนรอดชีวิตมายืนมองซากศพสัตว์ประหลาดยักษ์กลางห้างที่พังยับเยิน ยกเว้นฮอปเปอร์ เขาหายตัวไปหลังเครื่องระเบิด ไม่มีใครพบร่างเขาและคาดว่าเขาน่าจะเสียชีวิตไปแล้วจากแรงระเบิดนั้น ส่วนทางด้านใต้ดิน จอยซ์กับฮอปเปอร์สามารถปลิดชีพนายพลรัสเซียคนร้ายและเข้าถึงห้องเครื่องได้ แต่ฮอปเปอร์เกิดติดอยู่ใกล้เครื่องจักรที่กำลังทำงาน หากปิดเครื่องตอนนี้คนใกล้ๆ จะไม่ปลอดภัย ฮอปเปอร์จึงส่งสัญญาณให้จอยซ์ตัดสินใจกดปิดเครื่อง ในที่สุดจอยซ์หมุนกุญแจปิดเครื่องกำเนิดพลังงานได้สำเร็จ จากนั้น Mind Flayer ก็ขยายอำนาจมาที่มนุษย์ โดยเป้าหมายแรกคือ บิลลี่ ฮาร์โกรฟ พี่ชายของแม็กซ์ (ที่มีนิสัยเกเรอยู่แล้ว) – บิลลี่ถูกร่างอวตารของ Mind Flayer เล่นงานและกลายเป็น “ผู้ถูกพล่า (Flayed)” ถูกควบคุมจิตใจให้ทำตามคำสั่งปีศาจ บิลลี่เริ่มลักพาตัวชาวเมืองหลายคน (รวมถึงเพื่อนสาวผู้ช่วยชีวิตเขาชื่อเฮเธอร์) มาสังเวยให้ Mind Flayer ไม่นานความผิดปกติก็เกิดขึ้นอีกครั้ง – พืชผลฟักทองทั่วเมืองพากันเน่าอย่างไร้สาเหตุ วิลเริ่มเห็นภาพหลอนเป็นเงามืดขนาดยักษ์คล้ายสัตว์ประหลาดแมงมุมอยู่ในโลก Upside Down ที่คืบคลานปกคลุมฮอว์กินส์ ต่อมาสิ่งมีชีวิตเงาปีศาจนี้ถูกเรียกชื่อว่า “Mind Flayer” ซึ่งมันมีสติปัญญาชั่วร้ายและต้องการครอบงำโลกของเรา
พวกเขาสืบจนพบว่ามีคนหลายคนในเมืองโดน Mind Flayer เข้าควบคุม (เรียกรวมๆ ว่า “The Flayed”) และปีศาจร้ายกำลังสร้างร่างกายใหม่เพื่อออกไล่ล่า แอล โดยเฉพาะ (เพราะเธอเป็นผู้ปิดประตูมิติมันในครั้งก่อน) เมื่อวิลถูกสิง เขาเริ่มแสดงพฤติกรรมและเสียงพูดที่ไม่ใช่ตัวเอง ครอบครัวและเพื่อนๆ ต้องช่วยกันหาวิธีขับไล่ Mind Flayer ออกจากร่างวิล พวกเขารู้ว่าปีศาจตัวนี้มี “ฮิฟ์ไมน์” (hive mind) หรือจิตรวมร่วมกัน ถ้าทำลายส่วนหนึ่ง ส่วนอื่นๆ ที่อยู่ในการควบคุมก็จะได้รับผลด้วย เว็กนาไม่ถูกกำจัดและบาดแผลมิติทั้งสี่แห่งที่มันฉีกเปิดได้ทำให้โลก Upside Down หลั่งไหลเข้าสู่โลกมนุษย์ เหล่าเด็กๆ และผู้ใหญ่ฮีโร่ของเรายืนมองท้องฟ้ามืดครึ้มด้วยความกังวล เตรียมใจกันว่า มหันตภัยครั้งใหญ่ที่สุดกำลังจะมาถึงฮอว์กินส์ ซึ่งพวกเขาจะต้องรวมพลังกันหยุดยั้งให้ได้ในบทสุดท้าย ส่วนแอลซึ่งอยู่ในจิตแม็กซ์ เธอไม่ยอมสูญเสียเพื่อนรัก แอลกรีดร้องทั้งน้ำตาใช้พลังบางอย่างช็อกหัวใจให้แม็กซ์ฟื้นขึ้นมาเต้นอีกครั้ง แม็กซ์จึง ฟื้นคืนชีพได้หวุดหวิด แต่ก็มีอาการสมองตาย กลายเป็นเจ้าหญิงนิทราไม่ได้สติอีกเลย แม็กซ์ ตายลงชั่วขณะหนึ่ง ทำให้แผนการชั่วร้ายของเว็กนาสำเร็จ – ประตูมิติทั้งสี่จุดที่มันเปิดไว้ทะลุถึงกันใต้เมืองฮอว์กินส์ เกิดเป็นรอยแยกมหึมาแผ่ออกทั่วเมืองเหมือนแผ่นดินแยก ผู้คนเสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ด้านแนนซี่ โรบิน สตีฟ สามารถใช้ปืนยิงและระดมขว้างระเบิดโมโลตอฟใส่ร่างเว็กนาใน Upside Down สำเร็จ ร่างมันถูกยิงทะลุเป็นรูไฟลุกท่วมแล้วตกจากหน้าต่างบ้าน แต่เมื่อลงไปดูกลับไม่พบร่าง (เว็กนายังไม่ตาย)
หลังหายตัวไปในซีซั่นก่อน แอลยังไม่ตาย แท้จริงแล้วหลังจากที่เธอสู้กับเดโมกอร์กอน เธอติดอยู่ช่วงสั้นๆ ในโลก Upside Down แต่สามารถหนีกลับมายังโลกจริงได้อีกครั้ง แอลออกมาเจอกับฮอปเปอร์ และเขาได้ช่วยซ่อนตัวเธอไว้ที่กระท่อมกลางป่าอย่างลับๆ ในฐานะพ่อบุญธรรมชั่วคราวของเธอ เพื่อปกป้องแอลจากการตามล่าของรัฐบาล ฮอปเปอร์ตั้งกฎไม่ให้แอลออกไปไหนและพยายามเลี้ยงดูเธออย่างดีที่สุดในที่หลบซ่อนนั้น(ทั้งคู่มีความสัมพันธ์เหมือนพ่อ-ลูกที่ลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ) หนึ่งปีให้หลัง เรื่องราวดำเนินต่อในช่วงปลายปี 1984 (ประมาณเทศกาลฮัลโลวีน) วิลกลับมาใช้ชีวิตตามปกติกับครอบครัว แต่ยังมี อาการทรมานจากเหตุการณ์ใน Upside Down เช่น เห็นภาพหลอนหรือเหมือนตกอยู่ในมิตินั้นเป็นพักๆ จอยซ์ (แม่ของวิล) เชื่อว่าลูกชายยังไม่ตาย เธอเริ่มสื่อสารกับวิลผ่าน ไฟประดับคริสต์มาส ที่แขวนในบ้าน เมื่อต่อสายไฟให้กะพริบเป็นตัวอักษร วิลสามารถส่งสัญญาณตอบกลับมาจากโลก Upside Down ได้ว่าตนยังอยู่ที่นั่น จอยซ์จึงมั่นใจว่าวิลยังมีชีวิตอยู่ แอลเล่าให้กลุ่มเด็กๆ ฟังถึงการมีอยู่ของมิติคู่ขนานที่เรียกว่า “Upside Down” ซึ่งเต็มไปด้วยบรรยากาศมืดหม่นและมีสัตว์ประหลาดร้ายอาศัยอยู่ ตัวหนึ่งที่เล็ดรอดออกมาเรียกกันว่า เดโมกอร์กอน (Demogorgon) เดโมกอร์กอนมีรูปร่างคล้ายมนุษย์แต่หัวเหมือนดอกไม้กลีบเป็นซี่ฟันแหลมคม มันเป็นตัวที่จับตัววิลไปอยู่ในโลก Upside Down และยังออกอาละวาดลักพาตัวคนอื่นในเมืองด้วย – บาร์บารา (บาร์บ) เพื่อนของแนนซี่ก็ถูกมันลากลงไปมิติอันโหดร้ายนั้นและเสียชีวิตที่นั่นเช่นกัน